เวลาที่เราใช้ Google ค้นหาข้อมูลอะไรบางอย่าง และมีข้อมูลแสดงผลขึ้นมา ที่มีมากกว่า “ลิ้งค์เว็บไซต์”, “หัวข้อหน้าเว็บ” และ “คำอธิบายหน้าเว็บ” เช่น “ข้อมูลสินค้าและรีวิว” หรือ “Q&A” หรือ “Local Business Listing” หรือ แบบอื่นๆ อีกมากมาย (ที่เราสามารถตั้งค่าให้แสดงได้) ซึ่งการแสดงผลข้อมูลลักษณะนี้เรียกว่า “Rich Results” หรือ ก่อนหน้านี้เรียกว่า “Rich Snippet”

ประโยชน์ของการมี Rich Results
อย่างแรกเลย คือ เพิ่มอัตราการคลิกเว็บไซต์ให้สูงขึ้น หรือ ที่เรียกว่า CTR (Click Through Rate) เพราะว่า มีข้อมูลแสดงให้กับ User เห็นมากขึ้น ทำให้เกิดความสนใจมากขึ้น จนทำให้คลิกลิ้งค์ที่แสดงขึ้นมา
อย่างที่ 2 คือ ทำให้ Google Bot เข้ามาเก็บข้อมูลในเว็บไซต์ได้สะดวกขึ้น เมื่อ Bot มาเก็บข้อมูลในเว็บไซต์เราได้ดีขึ้น เว็บไซต์เราก็จะมีโอกาสถูกผลักดันให้อันดับสูงขึ้น
และอีกประโยชน์นึง Traffic ที่เข้าเว็บไซต์จะสูงกว่า 40% จากการค้นหาแบบ Voice Search*
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้ง Rich Results
- Schema – (อ่านว่า สะ-กีม-ม่า) เป็นชื่อองค์กรที่ก่อตั้งโดย 4 ยักษ์ใหญ่แห่ง Search Engine ได้แก่ Google, Yahoo, Microsoft และ Yandex ซึ่งมีการกำหนด”คำศัพท์”หรือมาตรฐานอะไรบางอย่างที่จะนำมาใช้ร่วมกัน ถ้าได้ยินหรือเห็นคำว่า Schema ก็แปลว่า มาจากองค์กรนี้แหละ
- Stuctured Data – คือชุดคำสั่งประเภทนึงที่เราจะต้องนำไปติดตั้งในเว็บไซต์เพื่อให้ Rich Result ที่เราต้องการแสดงผลขึ้นมาตอนที่ User ใช้งาน
- JSON-LD คือ Stuctured Data ในแต่ละค่าย Search Engine จะใช้รูปแบบและชื่อเฉพาะไม่เหมือนกัน โดย JSON-LD จะเป็นของ Google ซึ่งก็น่าจะเป็นชุดโค้ดประเทศไทยเราใช้เยอะที่สุด
การติดตั้ง Rich Results มีให้เลือกหลากหลายประเภท ซึ่งสามารถเข้าไปศึกษาและเลือกดำเนินการได้จาก Google ที่แนะนำเลยครับ จากลิ้งค์ด้านล่างนี้
https://developers.google.com/search/docs/appearance/structured-data/search-gallery
*อ้างอิงจากหนังสือ SEO 2026 เขียนโดย Adam Clarke
